บันไดนิพพาน

หลวงพ่อสนอง กตปุญ.โญ แสดงธรรม วันที่ 30 มกราคม 2543

เจริญสุขบรรดาหมู่ญาติโยมที่ได้มาบำเพ็ญบุญถวายสังฆทานแค่พระภิกษุ
ดังนั้นการทำสังฆทานจึงเป็นการสงเคราะห์ให้แก่พระสงฆ์
ญาติโยมเป็นผู้ให้ พระสงฆ์ก็เป็นผู้รับ ผู้ให้ปิติยินดีบริสุทธิ์ใจ
ผู้รับก็ปิติยินดีบริสุทธิ์ใจก็ถือว่าทานนั้นบริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่าย
เป็นทานที่มีอานิสงส์มาก
การให้ทาน การทำบุญ
การให้ทานเป็นการตัดความตระหนี่ออกไปจากใจเรา เพราะความตระหนี่เป็นตัวนิวรณ์ เป็นตัวโลภะ เป็นตัว หวงแหน เป็นตัวเสียดาย เป็นตัวมารที่มาขัดขวางบุญ กุศลไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าคนเรามีแต่ความตระหนี่แล้ว ก็ทำ อะไรไม่ได้ ถึงมีมากก็ทำอะไรไม่ได้ยิ่งมีน้อยยิ่งทำไม่ได้ ใหญ่ ไปสวรรค์ก็ไม่ได้เพราะตัวตระหนี่เป็นตัวปิดบัง ปัญญา เป็นตัวหลง ทำให้ไม่ระลึกถึงความตาย ว่าคน เราตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ จะเอาได้ก็แต่บุญกุศล ที่ทำไว้เท่านั้น นอกนั้นก็เป็นทรัพย์ภายนอกเท่านั้น ดัง นั้นเราต้องสละความตระหนี่ตัวนี้ให้หมดไป อริยบุคคล ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ว่าจิตไม่มีความตระหนี่ ให้แล้วไม่เกิดความเสียดาย แล้วก็ไม่มีความพยาบาท บาปในอดีตที่ทำร้ายคนอื่น หรือที่ตัวเองทำบาปไว้นั้นจะไม่ติดตามไปรบกวน จะ ไม่เข้ามาฝังใจในยามจะดับจิต โสดาบันเป็นบุคคล ผู้ ไม่เกิดความลังเลสงสัยในพระพุทธศาสนา ไม่ลังเล สงสัยในพระพุทธเจ้า ไม่ลังเลสงสัยในคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า ไม่ลังเลสงสัยในพระอรหันต์ เชื่อ ว่ามีผู้ที่ปฎิบัติตามองค์มรรค ๘ ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบไป จนถึงสัมมาสมาธิ คือ ความมีจิต มั่นคงได้

เราทำบุญ เราก็ต้องเข้าใจว่าทำแล้วคือสำเร็จ ทำแล้ว คือได้ผล ทำแล้วมีพยาน ทำแล้วมีหลักฐาน ทำแล้ว พิสูจน์ได้ เราทำเองเราก็เห็น เราจะเห็นเองว่า ทุกข์ แค่ไหน เสียใจแค่ไหน ดีใจแค่ไหน โกรธแค่ไหน โลภ แค่ไหน รักชังแค่ไหนไม่มีใครจะรู้ใจเรา เราจะต้องรู้ จิตของเราเอง พระพุทธเจ้าจึงสอนให้มีตัวรู้คือนาม ธรรม ให้มีตัวรู้คือสติ ให้มีตัวรู้คือสมาธิ ให้มีตัวรู้คือ ปัญญาให้ไปไตร่ตรองพิจารณาทุกข์สุขที่ใจของเรา เราจะได้เห็นตัวเราจะได้เข้าใจถ่องแท้ของแก่นธรรม ในตัวเรา รู้เรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน รู้ความเกิด ความดับของจิตว่าไม่มีอะไรทุกข์เกินจิต ไม่มีอะไรสุข เกินจิต เมื่อเรารู้จักจิตใจของเราแล้ว เราก็จะเข้าใจตัวเราเอง พระโสดาบันจึงไม่สงสัยในศาสนาทุกศาสนา ไม่สงสัย ในบุญบาป ไม่สงสัยในกรรมเวร ไม่สงสัยในกรรมดี กรรมชั่วของตัวเอง และ ของคนอืน มีความมั่นใจใน การสร้างแต่ความดี มั่นคงในการให้ทาน มั่นคงในการ รักษาศีล มั่นคงในการเจริญภาวนา ไม่ขี้เกียจขี้คร้าน ไม่ท้อถอยไม่ตัดพ้อต่อว่าใครดีใครชั่วใครจะมาทำร้าย ร้าย ใครจะมานินทา ใครจะมาสรรเสริญ ใครจะมากลั่น แกล้ง ใครจะทำอย่างไรก็ไม่หวั่น เพราะเชื่อในการทำ ความดีของตนเอง มีความมั่นใจเหมือนเพชร ย่อม แข็งแกร่ง ย่อมเป็นหนึ่ง

Created By : varalak vichianchai